Skip to content

Dual Yellow

หน้าแรก  >  บทความเกี่ยวกับสุขภาพ

Dual Yellow เป็นเครื่องเลเซอร์ของบริษัท Norseld จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่สามารถผลิตเลเซอร์ชนิดนี้ได้ แหล่งกำเนิดพลังงานของ Dual Yellow Laser คือ สาร Copper และ Bromide ทำให้แสงเลเซอร์ ที่เครื่องผลิตออกมามีถึง 2 ชนิดด้วยกัน คือ แสงสีเหลือง ความยาวคลื่น 578 นาโนเมตร และแสงสีเขียว ความยาวคลื่น 511 นาโนเมตร เมื่อมองในแง่ของ Chromophore absorption พบว่า แสงสีเหลืองสามารถถูกดูดซับได้ดีใน Oxyheamoglobin จึงเหมาะสำหรับการรักษารอยโรคต่างๆที่มีสีแดง ได้แก่ เส้นเลือดผิดปกติ ปานแดง รอยแผลเป็นสีแดง เป็นต้น ส่วนแสงสีเขียวจะถูกดูดซับได้ดีใน Melanin จึงใช้สำหรับรักษารอยโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสี ได้แก่ รอยแผลเป็นสีดำ กระ หรือรอยดำที่เกิดขึ้นภายหลังการอักเสบของผิวหนัง (Post Inflammatory Hyper-pigmentation) เป็นต้น นอกจากนี้เครื่อง Dual Yellow Laser new version ยังมี Y10G mode ที่เกิดจากการผสมแสงเลเซอร์ทั้ง 2 ความยาวคลื่นออกมาในสัดส่วน แสงสีเหลือง 100% ร่วมกับแสงสีเขียวอีก 10% เพื่อใช้สำหรับรักษาฝ้าและ Rejuvenation ให้ใบหน้าขาวใสยิ่งขึ้น ในปัจจุบันเครื่อง Dual Yellow ได้พัฒนาเทคโนโลยีของการปล่อยพลังงานแสงเลเซอร์ที่เรียกว่า Fast Edge MicroPulses หรือ FEM technology คือ เทคโนโลยีที่ให้พลังงานเลเซอร์สูงสุดที่ 3 กิโลวัตต์ (kW) ในระยะเวลา (pulse duration) สั้นๆ ทั้งหมด 22,000 pulses/วินาที ทำให้เกิดกระบวนการ Photo Chemical Effect ใต้ผิว เพื่อทำลายเม็ดสีดำ (Melanin) และรอยแดง โดยไม่ทำให้เกิด Thermal Damage

Dual Yellow และ Gold Standard for Melasma Treatment

Dual Yellow laser ได้รับการยอมรับให้เป็น Gold Standard for Melasma Treatment เนื่องจาก Dual Yellow Laser สามารถผลิตแสงเลเซอร์ได้ถึง 2 ชนิดความยาวคลื่น (Wavelengths) ด้วยกัน ได้แก่ 511nm สำหรับรักษาความผิดปกติของเม็ดสี (Melanin) และ 578nm สำหรับรักษาความผิดปกติของเส้นเลือด ใช้ในการรักษารอยแดงต่างๆและสิวได้ ซึ่ง Dual Yellow สามารถเลือกให้ปล่อยแสงเลเซอร์ทั้ง 2 ชนิดออกมาพร้อมกันได้ จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษาเพิ่มขึ้น ช่วยลด VEGF (Vascular Endothelial Growth Factor) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นการสร้างเม็ดสี (Melanin) ใต้ผิว ทั้งยังลดเส้นเลือด และเม็ดสี (Melanin) ที่เป็นปัจจัยหลักของการเกิดฝ้า

สำหรับเครื่อง Dual Yellow ใน version ใหม่ล่าสุดจะมี FEM mode ในรอยโรคต่างๆ ดังนี้

– Skin Lightening : ช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นแม้ในการรักษาครั้งแรก – Melasma : เพื่อให้ผลการรักษาฝ้าที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงยังสามารถป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของฝ้าได้อีกด้วยการลด VEGF สาเหตุหลักที่กระตุ้นการกลับมาเป็นซ้ำของฝ้า ผลลัพธ์ Dual yellow

ทำไมควรรักษาด้วย Dual Yellow Laser ?

แสงเลเซอร์ของ Dual Yellow ที่ถูกปล่อยออกมาเป็น pulse ที่เล็กมากๆ ประมาณ 30 ns ที่ความถี่ 16 kHz กระตุ้นให้เกิดการสะสมความร้อนทีละน้อยในเส้นเลือด จึงไม่ทำให้เส้นเลือดแตกเกิดเป็นจ้ำ (Purpura) ภายหลังการรักษา และไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานสูงในการรักษา ทั้งนี้ยังสามารถปรับตั้ง Duration time และ Off time ได้จึงช่วยลดการทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบได้ ช่วยให้ผลการรักษาที่ดีขึ้นอีกด้วย

Dual Yellow Laser เหมาะกับการรักษาใดบ้าง?

  1. รอยแดงและเส้นเลือด เช่น รอยสิว ไฝแดง ปานแดง เส้นเลือดฝอย
  2. กระ ฝ้า ปานดำ รอยแผลเป็นสีดำต่างๆ
  3. ติ่งเนื้อ ไฝ เนื้องอกใต้ตา หูด
  4. รอยแตกลาย ท้องลาย
  5. รอยแผลผ่าตัดและรอยแผลอุบัติเหตุ
  6. ริ้วรอย โดยเฉพาะ รอยขมวดคิ้ว รอยบนหน้าผาก ตีนกา รอยใต้ตา ร่องแก้ม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Dual Yellow Laser

การรักษาด้วย Dual Yellow Laser ปลอดภัยหรือไม่ ?

ปลอดภัย เพราะได้รับ US FDA และ CE ที่ชัดเจน และเป็นเลเซอร์ที่รักษาเฉพาะเจาะจงในบริเวณที่มีปัญหา ไม่ทำลายผิวบริเวณใกล้เคียง นอกจากนั้น Dual Yellow ยังมี Mode ใหม่ ที่ได้รับการรับรองให้เป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐาน หรือ Gold standard ในการรักษาฝ้า โดย Dual yellow จะช่วยลดปริมาณการสร้างเม็ดสี (Melanin) ใต้ผิวบริเวณฝ้าลง ลดปริมาณสาร VEGF หรือสารกระตุ้นเส้นเลือด ทำให้ลดโอกาสเกิดการกลับมาเป็นใหม่ของฝ้า และลดฝ้าที่เกิดจากเส้นเลือดได้ดีมากอีกด้วย

ควรทำการรักษาบ่อยแค่ไหน ?

จำนวนครั้งของการรักษาขึ้นอยู่กับรอยโรคและการประเมินของแพทย์ผู้ให้การรักษา บางรอยโรค เช่น การรักษาเส้นเลือดฝอยผิดปกติ ไฝแดง หรือกระตื้นอาจให้การรักษาเพียง 1-2 ครั้ง ส่วนการรักษาสิว การทำให้หน้าขาวใส (Rejuvenation) และการรักษาฝ้าแนะนำให้เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5-6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์/ครั้ง

ขณะทำการรักษาเจ็บหรือไม่ ?

การรักษาด้วยเครื่อง Dual Yellow Laser เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง ก่อนให้การรักษาไม่จำเป็นต้องทายาชา(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรอยโรคและการประเมินของแพทย์) ระหว่างเข้ารับการรักษาจะรู้สึกเหมือนเข็มแตะเบาๆที่ผิว และภายหลังการรักษาอาจจะรู้สึกอุ่นและผิวมีสีชมพูเรื่อๆเพียงเล็กน้อยเล็กน้อย แต่จะหายไปได้เองหลังจากนั้น

หลังการรักษาเป็นอย่างไร ?

ส่วนมากกลับไปทำงานได้เลย ภายหลังการรักษา ถ้ามีอาการแสบร้อน ควรใช้ผ้าเย็นประคบไว้ก่อนจนดีขึ้น ควรจะทายากันแดดไว้ตลอดหลังการรักษา งดการขัดผิวหรือทายาที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ผิวพรรณและศัลยกรรมความงาม โทร.1719
ผิวพรรณและศัลยกรรมความงาม

แชร์ :

บทความสุขภาพที่เกี่ยวข้อง