fbpx
  • บทความสุขภาพ

  • 1

จอประสาทตามีรูหรือรอยฉีกขาด

eye

 

จอประสาทตามีรูหรือรอยฉีกขาด

ในลูกตามีของเหลวใสคล้ายไข่ขาวที่เรียกว่าวุ้นตาซึ่งจะติดแน่นกับจอตา เมื่ออายุมากขึ้นวุ้นตาเริ่มเหลวหดตัวและลอกตัวออกจากจอตา ส่งผลให้เกิดแรงดึงรั้งที่จอตาและอาจทำให้เนื้อเยื่อจอตาฉีกขาด หากน้ำที่อยู่ภายในวุ้นตาไหลผ่านรูฉีกขาดเข้าไปจะทำให้จอตาหลุดลอกออกมาซึ่งจะส่งผลให้เซลล์รับภาพค่อยๆเสื่อมตายไปและอาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร

อาการ

สำหรับผู้ที่มีอาการในเบื้องต้นต่อไปนี้ ควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจจอประสาทตา อย่างเร่งด่วน

  • รู้สึกว่ามีเงาดำ หรือ floater ใหม่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด
  • รู้สึกมีแสงสว่าง (flashing) คล้ายฟ้าแลบ หรือไฟแฟลชกล้องถ่ายรูปเกิดขึ้นในลูกตา
  • รู้สึกว่ามีลานสายตาผิดปรกติหรือแคบลง อาจเกิดจากมีจอประสาทตาฉีกขาดและหลุดลอก เพราะเวลาเกิดจอประสาทตาฉีกขาดจากการดึงรั้งของน้ำวุ้นตาจะเกิดที่บริเวณขอบจอประสาทตาก่อนเสมอ ทำให้ขอบภาพหายไป หรือมีลานสายตาแคบลง

หากมีอาการดังที่กล่าวมาแล้วควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาอย่างละเอียด

การรักษา

รูฉีกขาดที่จอตาสามารถรักษาได้โดยการยิงแสงเลเซอร์ล้อมรอบรูฉีกขาดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลผ่านรูฉีกขาดจนเกิดเป็นจอตาลอก ในรายที่มีจอตาลอกแล้วควรรักษาโดยการผ่าตัด การผ่าตัดมีหลายวิธี เช่น

  • การฉีดฟองก๊าซเพื่อปิดรูฉีกขาดที่จอตา
  • การผ่าตัดวุ้นตา
  • การเย็บหนุนซิลิโคนด้านนอกลูกตา เป็นต้น

ภายหลังการผ่าตัดแพทย์มักฉีดก๊าซเพื่อดันจอตาให้ติดเข้าที่ ผู้ป่วยจำเป็นต้องคว่ำหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ ก๊าซจะถูกดูดซึมจนหมดจากตาไปเอง ในรายที่ไม่สามารถคว่ำหน้าได้สามารถเลือกใช้น้ำมันซิลิโคนแทนการใช้ก๊าซแต่จำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพื่อนำเอาน้ำมันซิลิโคนออกในภายหลังเมื่อจอตาติดดีแล้ว การมองเห็นภายหลังการผ่าตัดจะดีขึ้นเพียงใดนั้นขึ้นกับระยะเวลาที่จอตาลอก หากจอตาลอกมานานถึงแม้การผ่าตัดสามารถทำให้จอตาราบลงได้ แต่ระดับสายตาอาจไม่ดีขึ้นนัก ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าจะเป็นโรคจอตาลอกควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจตาโดยเร็ว

รับคำแนะนำเพิ่มเติม