การดูดไขมัน

เป็นการใช้เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายท่อยาวใส่เข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อดูดเอาไขมันส่วนเกินออกมาจากบริเวณต่างๆ เช่น หน้าท้อง สะโพก ก้น ต้นขา ต้นแขน คอ การดูดไขมันไม่สามารถลดความอ้วนทั่วร่างกายได้ แต่สามารถลดจำนวนไขมันบริเวณส่วนต่างๆ ที่สะสมอยู่เฉพาะที่ได้ ช่วยให้รูปร่างดูดีขึ้นและมีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น ผู้ที่จะได้รับผลที่น่าพอใจจากการดูดไขมัน ควรจะไม่อ้วน ผิวหนังควรมีความยืดหยุ่นดี และมีไขมันสะสมเฉพาะที่ มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีจิตใจที่ปกติ แต่ก็ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ถึงผลข้างเคียงก่อนตัดสินใจ

ปัจจุบันโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา มีการใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการดูดไขมัน เรียกว่า “VESER Liposelection” ซึ่งมีหลักการทำงานโดยการใช้คลื่นอัลตราซาวนด์เข้าไปสลายไขมัน ทำให้เกิดความบอบช้ำต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะน้อยมาก ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

การวางแผนผ่าตัด

ควรจะต้องปรึกษากับทีมศัลยแพทย์ตกแต่งถึงความเป็นไปได้ของผลการผ่าตัดที่คาดหวัง การเลือกการผ่าตัด ผลแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น ศัลยแพทย์ควรเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งที่ได้รับวุฒิบัตรศัลยแพทย์ตกแต่งของแพทยสภาหรือเทียบเท่า ถ้าเป็นสถาบันจากต่างประเทศ

การดูแลหลังผ่าตัด

หลังผ่าตัดประมาณ 2-5 วัน แพทย์จะเปิดผ้าพันแผล ประมาณ 5-7 วัน จะตัดไหมที่เย็บไว้ออก และสามารถกลับไปทำงานได้ หลังจากนั้นจะต้องพันผ้าในส่วนที่ดูดไขมันไว้อีกประมาณ 1-2 เดือน บริเวณที่ดูดไขมันจะมีรอยเขียว ช้ำ ประมาณ 1-2 อาทิตย์ ผิวหนังบริเวณที่ดูดไขมันจะมีลักษณะเป็นลูกคลื่น ซึ่งจะดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

การดูดไขมันก็เหมือนกับการผ่าตัดทั่วไปที่อาจจะมีผลแทรกซ้อนขึ้นมาได้ แต่ก็เกิดขึ้นไม่บ่อย เช่น การติดเชื้อ มีเลือดคั่ง ผิวหนังเป็นลูกคลื่น รอยแผลเป็นนูนหรือบุ๋ม ผิวหนังมีแผลและผิวหนังอาจจะเปลี่ยนสีได้บ้าง