• บทความสุขภาพ

  • 1

การรักษาโรคทางกระดูกและข้อด้วย พลาสมา

Rate this item
(0 votes)

Platelet

 

เทคโนโลยีใหม่ในการรักษาโรคทางกระดูกและข้อ

PRP ย่อมาจาก Platelet Rich Plasma หมายถึงการนำเอา “พลาสมา” หรือของเหลวในร่างกายของตัวคนไข้เองมาใช้ในการรักษาโรคทางกระดูกและข้อ รวมถึงโรคที่มีความเสื่อมของเส้นเอ็นบริเวณจุดต่างๆ ซึ่งไม่ทำให้มีสารเคมีตกค้างในร่างกาย ผู้ป่วยไม่ต้องกลัวการแพ้ยา เพราะรักษาโดยใช้ส่วนประกอบของเลือดผู้ป่วยเอง โดยการนำเลือดมาปั่น แล้วฉีดกลับเข้าไปในบริเวณที่มีอาการบาดเจ็บ หรือเรียกอีกอย่างว่า ACP [Autologous Conditioned Plasma]

ขั้นตอนการฉีด PRP

เริ่มจากการนำเลือดของเราเองมาจำนวนหนึ่ง ประมาณ 10-15 ซีซี มาปั่นโดยเครื่องปั่นความเร็วสูงเพื่อทำการแยกชั้นของเหลวและนำเอาเม็ดเลือดแดงที่ไม่ต้องการใช้ออกไป ใช้แต่เฉพาะสารพลาสมาและเกล็ดเลือด สารพลาสมาที่ได้มาจะมีความเข้มข้นของสารซ่อมแซมและสร้างเนื้อ เยื่อเกี่ยวพันในปริมาณสูงกว่าเลือดปกติถึง 10-25 เท่า ขึ้นกับสภาพร่างกาย อายุ ความแข็งแรงของแต่ละบุคคล ยิ่งอายุของคนไข้น้อยจะยิ่งมีความเข้มข้นสูงและมีประสิทธิภาพในการซ่อมแซมมาก

ข้อดีของ PRP

o ปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเลือด เพราะใช้พลาสมาของตัวเอง
o ช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ยาต้านการอักเสบ [NSAIDs] และยาสเตียรอยด์ [Steroid]
o ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของกระเพาะอาหาร ลำไส้ และการทำงานของไต
o สามารถทำการรักษาวิธีนี้ซ้ำๆ ได้หลายครั้ง

PRP เหมาะกับใครบ้าง

1. นักกีฬาหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อฉีกขาด เช่น นักเทนนิส นักกอล์ฟ นักฟุตบอล เป็นต้น
2. ผู้ที่ข้อต่อกระดูกสันหลังมีการบาดเจ็บ รวมถึงข้อต่อมีการอักเสบหรือเสื่อมสภาพ ตรงระดับคอ ระดับเอว หรือ ระดับทรวงอก ที่เรียกว่าข้อต่อฟาเซต [Facet Joint]
3. ผู้มีอาการกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด หรือ โรคกล้ามเนื้อหดเกร็งที่มีอาการปวดแบบเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า ไหล่ เอว เป็นต้น
4. การบาดเจ็บกล้ามเนื้อแบบเรื้อรัง ที่ทำการรักษาแบบมาตรฐานแล้วยังหายไม่สมบูรณ์ มีอาการปวดเป็น ๆ หาย ๆ กลับมาเป็นซ้ำ ๆ

ผลการรักษา

จากงานวิจัยหลากหลายพบว่า อาจทำการฉีดเพียงครั้งเดียว หรือสามารถทำการฉีดซ้ำในบริเวณที่มีอาการบาดเจ็บเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 2-8 สัปดาห์ได้ หรือฉีดซ้ำจนกว่าอาการปวดหรืออาการอักเสบนั้นๆ หายไป ทั้งนี้เนื่องจากต้องให้ระยะเวลาของเซลล์และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันมีเวลาในการซ่อมแซม ไม่หายเป็นปลิดทิ้งในทันทีทันใด หรืออาการหายปวดหายไปอย่างชัดเจนรวดเร็วเหมือนกับการฉีดยาต้านการอักเสบแบบสเตียรอยด์ แต่อีกมุมมองนับว่าเป็นข้อดีของการรักษานี้คือ ทำให้แพทย์สามารถลดการใช้ยาต้านการอักเสบในผู้ป่วยที่ไม่จำเป็น หรือใช้ยามากเกินความจำเป็น