• บทความสุขภาพ

  • 1

อันตรายสุดๆ รองลงมาจากเมาแล้วขับ ก็ “ใช้โทรศัพท์” ขณะขับรถนี่แหละ

Rate this item
(0 votes)

Accident03

 

การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมีปัจจัยหลายประการเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยที่ปัจจัยด้านความพร้อมของผู้ขับขี่เป็นปัจจัยประการสำคัญนอกเหนือจากปัจจัยด้านสภาวะแวดล้อมและสภาพของรถ ช่วงเทศกาลแบบนี้ มักเห็นข่าวการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หลายๆครั้งเรามักจะนึกถึงผู้ขับขี่ที่อยู่ในสภาพมึนเมาสุรา หลับในหรือไม่ชำนาญเส้นทาง แต่เรามักมองข้ามกันไปว่า “การเสียสมาธิในขณะขับรถ ก็เป็นสาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน” โดยพฤติกรรมที่ทำให้ผู้ขับขี่เสียสมาธิได้แก่ การพูดคุยกับผู้อื่น ไม่ว่าจะคุยกับคนในรถหรือคุยโทรศัพท์ ที่มาแรงในตอนนี้ก็คือ “แชท”

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา มีข้อแนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อให้การขับรถมีความปลอดภัยคือ หากขับรถในระยะทางใกล้ๆ ใช้เวลาจนถึงที่หมายไม่นานนัก ไม่ควรใช้โทรศัพท์จนกว่าจะถึงที่หมาย แต่หากขับรถระยะทางไกลและใช้เวลานาน ควรกำหนดจุดหยุดพัก เช่น หยุดพักทุกหนึ่งชั่วโมงแล้วค่อยใช้ หากจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ในขณะขับรถ ควรจอดรถข้างทางในที่ที่ปลอดภัย หากอยู่ในที่ที่รถติดหรือจำเป็นต้องขับรถต่อไป ควรขับชิดซ้ายและชะลอความเร็วลง เตรียมอุปกรณ์เสริมให้พร้อมใช้งาน เมื่อเริ่มสนทนา ควรแจ้งให้คู่สนทนาทราบว่าเรากำลังขับรถอยู่และใช้เวลาในการพูดคุยให้สั้น ที่สุด หลีกเลี่ยงเรื่องสนทนาที่ทำให้เศร้า โกรธ หงุดหงิดหรืออารมณ์เสีย และไม่รับหรือส่งเอสเอ็มเอสหรือแชทในทุกกรณี

อ่านต่อได้ที่ https://m.bangkokpattayahospital.com/th/newsroom-th/health-articles-th/item/533-the-accident-th.html

เอกสารอ้างอิง
1. กาญจนา ศรีสวัสดิ์ และคณะ การสำรวจความเสี่ยงจากการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถยนต์ในประเทศไทย พ.ศ. 2552 สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 2552
2. Centers for Disease Control and Prevention. Mobile device use while driving – United States and seven European countries, 2011. MMWR 2013; 62(10): 177-182 http://www.cdc.gov/mmwr/preview/mmwrhtml/mm6210a1.htm>
3. Centre for accident research & road safety – Queensland. Mobile phone use & distraction while driving. http://www.police.qld.gov.au/Resources/Internet/news%20and%20alerts/campaigns/fatalfive/documents/mobile_phones_and_distraction_fs.pdf>
4. Schroeder, P., Meyers, M., & Kostyniuk, L. (2013, April). National survey on distracted driving attitudes and behaviors – 2012. (Report No. DOT HS 811 729). Washington, DC: National Highway Traffic Safety Administration.
5. McEvoy SP, Stevenson MR, McCartt AT, Woodward M, Haworth C, Palamara P, Cercarelli R. Role of mobile phones in motor vehicle crashes resulting in hospital attendance: a case-crossover study. BMJ. 2005;331:428.

ที่มา: ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ